ความรู้บาริสต้า 17 ส.ค. 2569 2,153 ครั้ง

ดริปกาแฟให้อร่อยขึ้น ไม่ต้องซื้อของเพิ่ม แค่คุม 4 ตัวนี้ให้อยู่!

หลายคนอุปกรณ์ครบ ดริปเปอร์แพง เมล็ดก็ดี แต่รสยังแกว่ง วันนี้เข้ม พรุ่งนี้จาง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ของครับ แต่อยู่ที่เราเผลอปรับทุกอย่างพร้อมกัน จนไม่รู้ว่าอะไรทำให้ดีขึ้นกันแน่

ดริปกาแฟให้อร่อยขึ้น ไม่ต้องซื้อของเพิ่ม แค่คุม 4 ตัวนี้ให้อยู่!

กฎเหล็กคือ : ปรับทีละอย่าง แล้วจด! แค่ 4 ตัวเลขต่อแก้ว ไม่เกิน 2 สัปดาห์ คุณจะมีสูตรของตัวเองที่ทำซ้ำได้อร่อยทุกเช้า


1. ความละเอียดผงกาแฟ - ตัวคุมรสชาติเบอร์ 1

คิดง่ายๆ เหมือนก๊อกน้ำ

เปรี้ยวแหลม น้ำใส บางเบา เหมือนชา? = หยาบไป น้ำไหลผ่านเร็วเกิน ดึงรสออกมาไม่หมด ให้บดละเอียดขึ้นอีก 1 คลิก

ขม ฝาด ติดคอ ขมค้าง? = ละเอียดไป น้ำแช่นาน ดึงของขมออกมาเยอะ ให้บดหยาบขึ้นนิด

ถ้าต้องเลือกปรับแค่อย่างเดียว ให้เริ่มจากตรงนี้ก่อนเลย เห็นผลชัดสุด


2. อัตราส่วน (Ratio) - สูตรคูณความเข้ม

อย่าเพิ่งงงกับสูตรเทพในยูทูบ เริ่มจากสูตรง่ายที่สุดที่ร้านทั่วโลกใช้

เริ่มที่ 1:15 = กาแฟ 20 กรัม : น้ำ 300 มล.

  1. ชอบเข้มข้นบอดี้แน่นๆ? ลดน้ำลง เป็น 1:14 (20:280)
  2. ชอบใสๆ ดื่มง่าย สดชื่น? เพิ่มน้ำขึ้น เป็น 1:16 (20:320)

จำไว้ : อยากเข้ม ให้ลดน้ำ ไม่ใช่แช่นาน! แช่นานได้แค่ความขม ไม่ได้ความเข้ม


3. อุณหภูมิน้ำ - ที่ซ่อนรสอร่อยของเมล็ดคั่วอ่อน

น้ำร้อนต่างกัน 4 องศา รสเปลี่ยนเป็นคนละแก้วเลย

คั่วอ่อน (Light Roast) : ใช้ 92 - 96°C ต้องร้อนหน่อยถึงจะดึงความเปรี้ยวหวานซับซ้อนอย่างพวกเบอร์รี่ ดอกไม้ออกมาได้

คั่วกลาง - เข้ม (Medium-Dark) : ใช้ 88 - 92°C ลดไฟลงนิด ความขมไหม้จะหายไป เหลือแต่ความหวาน ช็อกโกแลต นุ่มๆ

ไม่มีเทอร์โมมิเตอร์? ต้มน้ำเดือดแล้ววางทิ้งไว้ 45-60 วินาที ก็จะได้ประมาณ 92°C พอดีครับ


4. เวลารวม - นาฬิกาจับโกง

สำหรับ V60 20 กรัม เวลาที่ดีควรจบที่ 2:30 - 3:00 นาที (รวมตอน Bloom)

  1. ถ้าจบเร็วเกิน 2:00 นาที = บดหยาบไป หรือเทเร็วไป
  2. ถ้าลากยาวเกิน 3:30 นาที = บดละเอียดไป ผงไปอุดตันกระดาษกรอง

เวลาเป็นเหมือนกระดิ่งเตือน ว่าข้อ 1 ที่เราปรับน่ะ พอดีหรือยัง


การบ้านง่ายๆ ที่ทำให้เก่งเร็วที่สุด

หยิบสมุดโน้ตเล็กๆ มาวางข้างดริปเปอร์ จดแค่ 4 บรรทัดหลังชงเสร็จ

วันนี้ : บดเบอร์ 18 / Ratio 1:15 / น้ำ 92°C / จบ 2:45 นาที -> รสเปรี้ยวใสดี แต่บางไปหน่อย


พรุ่งนี้ลองขยับแค่เบอร์บดเป็น 17 ที่เหลือเหมือนเดิม แล้วจดใหม่

ทำแบบนี้ไป 14 วัน คุณจะไม่ได้แค่กาแฟอร่อยแก้วเดียว แต่คุณจะได้ "สูตรของตัวเอง" ที่ทำซ้ำได้ทุกวัน แม้จะเปลี่ยนเมล็ดใหม่ก็ปรับเป็นแล้วครับ

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ ☕

📰 อ่านต่อ

บาริสต้าคือใคร? มากกว่าแค่คนชงกาแฟ คือศิลปินผู้สร้างประสบการณ์ ความรู้บาริสต้า

บาริสต้าคือใคร? มากกว่าแค่คนชงกาแฟ คือศิลปินผู้สร้างประสบการณ์

หลายคนฝันอยากเปิดร้านกาแฟ และคิดว่า "มีร้าน = ต้องมีบาริสต้า" แต่ความจริงแล้ว ร้านกาแฟหลายร้านที่ขายดี ไม่มีบาริสต้า มีแค่ "พนักงานชงกาแฟตามสูตร"

1 ต.ค. 2569 8
กาแฟ 1 แก้ว ต้นทุนเท่าไหร่? เปิดบิลจริงร้านกาแฟเล็กๆ ในเชียงราย จากเมล็ดดอยช้างถึงมือลูกค้า ความรู้บาริสต้า

กาแฟ 1 แก้ว ต้นทุนเท่าไหร่? เปิดบิลจริงร้านกาแฟเล็กๆ ในเชียงราย จากเมล็ดดอยช้างถึงมือลูกค้า

"พี่ขายกาแฟแก้วละ 60 บาท กำไรแก้วละ 50 บาทเลยสิ?" ถ้าคุณเคยคิดแบบนี้ บทความนี้จะทำให้คุณรักบาริสต้ามากขึ้นอีก 10 เท่า ทีมงาน cafeyim ซึ่งอยู่เชียงราย เมืองหลวงกาแฟไทย จะมาเปิดบิลจริงจากร้านเล็กๆ อย่าง Cafe’ bon bus คาเฟ่บนรถบัสหน้าเมกาโฮมบ้านดู่ ให้ดูกันชัดๆ

12 ก.ย. 2569 14
บาริสต้า ไม่ได้มีดีแค่ชงกาแฟ ความรู้บาริสต้า

บาริสต้า ไม่ได้มีดีแค่ชงกาแฟ

หลายคนคิดว่า บาริสต้า = คนชงกาแฟ จบ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย! บาริสต้าคือ "เดอะแบกของร้าน" ทั้งเป็นคนต้อนรับ เป็นที่ปรึกษา เป็นศิลปิน และเป็นหน้าตาของร้านกาแฟ

3 ก.ย. 2569 21