ความรู้บาริสต้า 15 ส.ค. 2569 1,689 ครั้ง

Cold Brew กับ Cold Drip ต่างกันอย่างไร? สรุปครบ จบในบทความเดียว

ชื่อคล้ายกันจนหลายคนสับสน แต่จริงๆ แล้ว Cold Brew และ Cold Drip คือกาแฟสกัดเย็นคนละวิธี ให้รสชาติต่างกันชัดเจน ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟหรือคนรักกาแฟที่อยากเลือกเมนูให้ตรงใจ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น

Cold Brew กับ Cold Drip ต่างกันอย่างไร? สรุปครบ จบในบทความเดียว

Cold Brew คืออะไร? - กาแฟแช่

Cold Brew คือการนำผงกาแฟบดหยาบมาแช่ในน้ำเย็น

ใช้สัดส่วนกาแฟต่อน้ำประมาณ 1:8 ถึง 1:10 แช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น 12-18 ชั่วโมง แล้วนำมากรองกากออก

รสชาติ: รสนุ่มนวล บอดี้หนาแน่น ช็อกโกแลตชัด ความเปรี้ยวต่ำ ดื่มง่าย ไม่ขมบาดคอ

ข้อดี: ทำครั้งละมากๆ ได้ในโหลเดียว เหมาะกับร้านที่ขายเยอะ เก็บสต็อกง่าย ต้นทุนอุปกรณ์ต่ำ

เหมาะกับ: คนชอบกาแฟนุ่มๆ ดื่มง่าย ทำลาเต้เย็นอร่อย และร้านที่ต้องการความเร็วในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน


Cold Drip คืออะไร? - กาแฟหยด

Cold Drip หรือ Dutch Coffee คือการใช้น้ำเย็นค่อยๆ หยดผ่านผงกาแฟทีละหยด

ใช้อุปกรณ์ Tower Drip ให้น้ำเย็นหยดผ่านชั้นกาแฟบดละเอียดปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้ง

รสชาติ: รสใส คลีนกว่า กลิ่นหอมซับซ้อน ผลไม้และดอกไม้ชัดกว่า บอดี้เบากว่า Cold Brew

ข้อดี: ได้มิติของกลิ่นที่ดีกว่า เหมาะกับเมล็ดพิเศษ Single Origin

เหมาะกับ: คอกาแฟสาย Specialty ที่อยากสัมผัสคาแรคเตอร์ของเมล็ดนั้นๆ แบบชัดเจน


ตารางเปรียบเทียบ Cold Brew vs Cold Drip ให้เห็นชัดๆ

หัวข้อCold Brew (แบบแช่)Cold Drip (แบบหยด)
วิธีทำแช่ผงกาแฟในน้ำเย็น 12-18 ชม.หยดน้ำเย็นผ่านผงกาแฟ 3-5 ชม.
การบดบดหยาบบดละเอียดปานกลาง
รสชาตินุ่ม หนา เข้ม ช็อกโกแลตใส หอม กลิ่นชัด เปรี้ยวผลไม้
บอดี้หนา เต็มปากเบา สะอาด
ปริมาณทำได้เยอะ ครั้งละ 5-10 ลิตรทำได้น้อย ครั้งละ 500ml - 1 ลิตร
อุปกรณ์โหลแช่ + ที่กรอง ราคาไม่สูงTower Drip ราคาสูงกว่า
การดูแลแช่แล้วทิ้งไว้ได้เลยต้องคอยคุมอัตราหยด


แล้วควรเลือกแบบไหนดีสำหรับเปิดร้าน?

เลือก Cold Brew ถ้า: คุณต้องการขายปริมาณเยอะ ต้องการความเร็ว อยากได้เบสสำหรับทำเมนูกาแฟนมเย็น

เลือก Cold Drip ถ้า: คุณมีเมล็ดพิเศษราคาแพง อยากชูโรงเรื่องกลิ่นและรสชาติที่ซับซ้อน และมีเวลาในการดูแลการสกัด

ร้านกาแฟหลายร้านในปัจจุบันเลือกทำทั้ง 2 แบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต่างกัน


เก็บได้นานแค่ไหน? วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง

นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทั้ง 2 เมนู

1. กาแฟดำล้วน: เก็บในขวดแก้วปิดสนิท แช่ตู้เย็น 4 องศา ควรใช้ให้หมดภายใน 5-7 วัน รสชาติจะดีที่สุดใน 3 วันแรก

2. ถ้าผสมนมหรือน้ำเชื่อมแล้ว: ต้องดื่มให้หมดภายใน 1 วันเท่านั้น

3. วิธีสังเกตว่าเสียหรือยัง: ให้ดมกลิ่นก่อนดื่มเสมอ หากมีกลิ่นเปรี้ยวคล้ายของหมัก มีฟอง หรือรสซ่าๆ ให้ทิ้งทันที อย่าเสี่ยงดื่ม


สรุปสั้นๆ

Cold Brew = แช่ = นุ่ม หนา ทำเยอะ ง่าย

Cold Drip = หยด = ใส หอม ทำน้อย ยากกว่าแต่มีเสน่ห์

ไม่มีแบบไหนดีกว่ากัน มีแค่แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า ลองชิมทั้งสองแบบแล้วคุณจะรู้ว่าแก้วไหนคือแก้วโปรดของคุณ


💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ ☕

📰 อ่านต่อ

บาริสต้าคือใคร? มากกว่าแค่คนชงกาแฟ คือศิลปินผู้สร้างประสบการณ์ ความรู้บาริสต้า

บาริสต้าคือใคร? มากกว่าแค่คนชงกาแฟ คือศิลปินผู้สร้างประสบการณ์

หลายคนฝันอยากเปิดร้านกาแฟ และคิดว่า "มีร้าน = ต้องมีบาริสต้า" แต่ความจริงแล้ว ร้านกาแฟหลายร้านที่ขายดี ไม่มีบาริสต้า มีแค่ "พนักงานชงกาแฟตามสูตร"

1 ต.ค. 2569 8
กาแฟ 1 แก้ว ต้นทุนเท่าไหร่? เปิดบิลจริงร้านกาแฟเล็กๆ ในเชียงราย จากเมล็ดดอยช้างถึงมือลูกค้า ความรู้บาริสต้า

กาแฟ 1 แก้ว ต้นทุนเท่าไหร่? เปิดบิลจริงร้านกาแฟเล็กๆ ในเชียงราย จากเมล็ดดอยช้างถึงมือลูกค้า

"พี่ขายกาแฟแก้วละ 60 บาท กำไรแก้วละ 50 บาทเลยสิ?" ถ้าคุณเคยคิดแบบนี้ บทความนี้จะทำให้คุณรักบาริสต้ามากขึ้นอีก 10 เท่า ทีมงาน cafeyim ซึ่งอยู่เชียงราย เมืองหลวงกาแฟไทย จะมาเปิดบิลจริงจากร้านเล็กๆ อย่าง Cafe’ bon bus คาเฟ่บนรถบัสหน้าเมกาโฮมบ้านดู่ ให้ดูกันชัดๆ

12 ก.ย. 2569 14
บาริสต้า ไม่ได้มีดีแค่ชงกาแฟ ความรู้บาริสต้า

บาริสต้า ไม่ได้มีดีแค่ชงกาแฟ

หลายคนคิดว่า บาริสต้า = คนชงกาแฟ จบ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย! บาริสต้าคือ "เดอะแบกของร้าน" ทั้งเป็นคนต้อนรับ เป็นที่ปรึกษา เป็นศิลปิน และเป็นหน้าตาของร้านกาแฟ

3 ก.ย. 2569 21