ต้นทุนเปิดร้านกาแฟเล็กๆ หน้าบ้าน 2026 งบ 50,000 เปิดได้จริงไหม? เปิดบิลให้ดู
เปิดร้านกาแฟหน้าบ้านต้องใช้เงินเท่าไหร่? สรุปต้นทุนเปิดร้านกาแฟเล็กๆ งบ 50,000 / 100,000 บาท ได้อะไรบ้าง ค่าอุปกรณ์ ค่าแต่งร้าน ค่าวัตถุดิบ แจกไฟล์ Excel คำนวณกำไร

คำถามที่เจอบ่อยสุดใน inbox cafeyim คือ "พี่ครับ มีเงิน 50,000 เปิดร้านกาแฟได้ไหม"
ตอบตรงๆ แบบไม่ขายฝัน: ได้ แต่ต้องเปิดแบบรถเข็น/หน้าบ้าน ไม่ใช่คาเฟ่มินิมอลติดแอร์
วันนี้ผมเปิดบิลจริงจากร้านในเชียงรายที่เปิดด้วยงบ 50,000 แล้วขายได้ 60 แก้ว/วัน ให้ดูเลยว่าเงิน 50,000 มันหายไปไหนบ้าง
สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่าน
- งบ 35,000 - 50,000: ได้ร้านหน้าบ้าน / รถเข็น / ซุ้มเล็กๆ เครื่องชงเล็ก Duchess + เครื่องบด 600N โต๊ะ 1 ตัว ป้าย 1 ป้าย ขายได้ 30-60 แก้ว/วัน
- งบ 80,000 - 120,000: ได้ร้านเล็กมีหลังคา มีเคาน์เตอร์บาร์ มีตู้เย็น 2 ประตู เครื่องชงกลาง Gemilai / Breville แต่งร้านพอถ่ายรูปได้
- งบ 200,000+: ได้คาเฟ่เล็กติดแอร์ 10 ที่นั่ง ตกแต่งครบ
ถ้ามี 50,000 อย่าฝันทำคาเฟ่ 20 ที่นั่ง ให้ทำร้านเล็กที่คืนทุนใน 45 วันก่อน แล้วค่อยขยาย
แจกแจงต้นทุน 50,000 บาท แบบไม่มีกั๊ก (ราคากลาง มิ.ย. 2026)
ผมแบ่งเป็น 4 ก้อน คุณห้ามใช้เงินเกินก้อนไหนก้อนหนึ่ง
ก้อนที่ 1: อุปกรณ์ชง - หัวใจร้าน (26,400 บาท - 52%)
| รายการ | ราคามือ 1 | ทริคประหยัด |
| เครื่องชง Duchess CM3000 | 16,500 | หามือสอง 9,500 ได้ |
| เครื่องบด Apresso A1 / 600N | 3,900 | ห้ามงกอันนี้ บดไม่ดีรสชาติพังทั้งร้าน |
| กาต้มน้ำไฟฟ้า ควบคุมอุณหภูมิ | 1,200 | เอาไว้ชงชา+ดริป |
| อุปกรณ์จุกจิก (ด้ามชง, เทมเปอร์, เหยือกตีฟอง, ตราชั่ง) | 2,800 | ซื้อเป็นเซ็ตใน Shopee ถูกกว่า 30% |
| ถังน้ำแข็ง 60 ลิตร | 2,000 |
ก้อนที่ 2: เคาน์เตอร์และตกแต่ง - หน้าเว็บของร้าน (12,000 บาท - 24%)
- โต๊ะเคาน์เตอร์ไม้สนพาเลท 1.5 เมตร สั่งทำ: 4,500 บาท (อย่าใช้เหล็ก มันร้อน)
- ชั้นวางของ + ตะกร้าเก็บของ: 1,500 บาท
- ป้ายร้านไวนิล 1x2 เมตร + ป้ายเมนูเล็ก: 2,500 บาท
- ไฟส่องป้ายโซล่าเซลล์ + ปลั๊กพ่วง + พัดลม: 1,500 บาท
- ต้นไม้ปลอม + พร็อพถ่ายรูป 2-3 ชิ้น: 2,000 บาท
เคล็ดลับ: ร้านเล็กที่ขายดีคือร้านที่ถ่ายรูปขึ้น ไม่ใช่ร้านที่แต่งแพง เอาเงินไปลงกับไฟส่องสวยๆ ดีกว่าซื้อโต๊ะแพง
ก้อนที่ 3: วัตถุดิบเปิดร้านวันแรก (8,000 บาท - 16%)
- เมล็ดกาแฟดอยช้าง 3 กก. (คั่วกลาง 2 โล + คั่วเข้ม 1 โล): 1,400 บาท
- นมสด นมข้นจืด ข้นหวาน น้ำเชื่อม ไซรัป 6 ขวด: 2,500 บาท
- ผงชาไทย ชาเขียว โกโก้ มัทฉะเกรดร้าน: 1,600 บาท
- แก้ว 22oz ฝาโดม หลอด ถุงหิ้ว 500 ชุด: 1,500 บาท
- น้ำแข็งวันแรก: 100 บาท
ก้อนที่ 4: ค่าใช้จ่ายแฝงที่คนลืม (3,600 บาท - 8%)
- ค่าขออนุญาตขายอาหาร / ทะเบียนพาณิชย์: 500 บาท
- ค่าเดินไฟเพิ่ม 1 จุด + ปลั๊กกันน้ำ: 1,500 บาท
- เงินสำรองซ่อมเครื่อง 7 วันแรก: 1,600 บาท
รวมทั้งหมด = 50,000 บาทเป๊ะ
แล้วเมื่อไหร่จะคืนทุน? คิดให้แล้ว
สมมติขายลาเต้เย็นแก้วละ 50 บาท
ต้นทุนแก้วละ: กาแฟ 8 + นม 7 + แก้ว 2.5 + น้ำแข็ง 1.5 = 19 บาท
กำไรแก้วละ 31 บาท
ขายวันละ 40 แก้ว = กำไรวันละ 1,240 บาท
ขาย 26 วัน/เดือน = กำไรเดือนละ 32,240 บาท
คืนทุนค่าอุปกรณ์ 50,000 บาทใน 40 วัน
หลังจากนั้นกำไรล้วนๆ เดือนที่ 2 คุณจะมีเงินไปซื้อเครื่องบดที่ดีขึ้น หรือเอาไปทำป้ายไฟเพิ่มได้
3 ข้อที่ทำให้ร้านงบ 50,000 เจ๊ง ทั้งที่สูตรอร่อย
1. ซื้อเครื่องแพงเกินตัว: มี 50,000 ดันไปซื้อเครื่อง 35,000 เหลือเงินซื้อวัตถุดิบแค่ 5,000 ขายได้ 3 วันของหมด
2. แต่งร้านหมดก่อนขาย: เอาเงินไปทำเคาน์เตอร์ปูน 25,000 แต่ไม่มีเงินยิงแอดให้คนรู้ว่ามีร้าน
3. ไม่มีที่ให้คนถ่ายรูป: ร้านเล็กถ้าไม่มีมุมถ่ายรูป คนจะไม่แชร์ คุณจะไม่มีลูกค้าใหม่
เช็คลิสต์ก่อนโอนเงินซื้อของ
- ไปนั่งเฝ้าทำเลหน้าบ้านตัวเอง นับรถผ่าน 1 ชั่วโมง มีคนผ่านกี่คน?
- บ้านไฟ 15 แอมป์ไหม? ถ้า 5 แอมป์ต้องขอเพิ่มก่อน เดี๋ยวไฟตกตอนชง
- มีน้ำประปาใกล้ๆ ไหม? ไม่มีต้องซื้อถังพักน้ำอีก 1,000 บาท
- คุยกับโรงคั่วกาแฟไว้ยัง? อย่าซื้อเมล็ดตามห้างมาขาย


💬 ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ ☕