กาแฟอาจไม่ต้องใช้เมล็ดกาแฟแล้ว!? ญี่ปุ่นเปิดตัว "กาแฟทางเลือก" รับมือปี 2050
สื่อญี่ปุ่นเผยอนาคตอาจไม่มีเมล็ดกาแฟ! Coca-Cola, DyDo ทำกาแฟทางเลือกจากถั่วลูกไก่-ใยอาหาร คืออะไร รสชาติเป็นไง สรุปจบที่นี่

กาแฟอาจไม่ต้องใช้เมล็ดกาแฟแล้ว!? ญี่ปุ่นเริ่มขาย "กาแฟทางเลือก" รับมือวิกฤตปี 2050
ปัญหากาแฟปี 2050 คืออะไร? คือการคาดการณ์ว่าพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้าซึ่งเป็น 60% ของกาแฟโลก จะลดลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2050 เพราะโลกร้อน ทำให้บริษัทญี่ปุ่นอย่าง Coca-Cola Japan, DyDo, Asahi พัฒนา "กาแฟทางเลือก" ที่ไม่ใช้เมล็ดกาแฟ แต่ใช้ถั่วลูกไก่ ชิโครี หรือใยอาหาร+กลิ่นสังเคราะห์แทน
ถ้าคุณเป็นคอกาแฟ ข่าวนี้ต้องรู้ ต่อไปกาแฟที่คุณดื่มอาจไม่ได้ทำจากเมล็ดกาแฟแล้ว!
ทำไมญี่ปุ่นต้องตื่นตัว?
ญี่ปุ่นดื่มกาแฟเยอะเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ บราซิล เยอรมนี เฉลี่ยคนละ 1 แก้วต่อวัน แต่กาแฟที่ดื่มทุกวันกำลังเจอวิกฤตใหญ่ที่เรียกว่า ปัญหากาแฟปี 2050 (コーヒー2050年問題)
พื้นที่ปลูกกาแฟที่ดีที่สุดอยู่ในแถบ Coffee Belt เส้นศูนย์สูตร 25 องศาเหนือถึงใต้ มีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 พื้นที่ปลูกอาราบิก้าอาจเหลือแค่ครึ่งเดียวจากปี 2015
ไม่ได้แปลว่ากาแฟจะหายไปครึ่งโลก แต่แปลว่า ปลูกยากขึ้น ต้นทุนแพงขึ้น จนเกษตรกรอาจเลิกปลูกไปเลย
ทำไมโลกร้อนถึงทำให้ปลูกกาแฟยาก? 3 เหตุผลหลัก
รศ.จุน ทาเคดะ จากมหาวิทยาลัยศิลปะและวัฒนธรรมชิซูโอกะ อธิบายไว้ว่า:
1. อุณหภูมิสูงขึ้น กาแฟอาราบิก้าบอบบางมาก ไม่ทนร้อน
2. พายุแรงขึ้น ต้นกาแฟต้นเล็ก ลมแรงก็หักเสียหายหมด
3. เชื้อราระบาด อากาศร้อนชื้น โรคจากเชื้อราก็ยิ่งลามเร็ว
ส่อง "กาแฟทางเลือก" ไม่ใช้เมล็ดกาแฟ ที่ญี่ปุ่นเริ่มขายแล้ว
นี่คือทางรอดที่บริษัทเครื่องดื่มญี่ปุ่นกำลังทำ
1. Georgia Café Water Black - จาก Coca-Cola Japan
ไม่ใช้เมล็ดกาแฟเลย! ใช้ใยอาหาร + สารแต่งกลิ่น สร้างกลิ่นและรสกาแฟขึ้นมา คนที่ได้ลองบอกว่า กลิ่นเหมือนกาแฟเป๊ะ แต่รสเบา สดชื่นเหมือนดื่มน้ำ
2. GOOD LATTE 2050 - จาก DyDo (ขาย 5 ต.ค.)
ชื่อ 2050 ก็มาจากวิกฤตนี่แหละ ใช้ ถั่วลูกไก่ + ชิโครี มาทำรสกาแฟแทนเมล็ดกาแฟ
3. Asahi และ Ajinomoto AGF
Asahi กำลังพัฒนากาแฟจากถั่วให้รสเหมือนกาแฟดำ ส่วน AGF ใช้วิธีผสมกาแฟสำเร็จรูปกับสารสกัดข้าวบาร์เลย์ เพื่อลดการใช้เมล็ดกาแฟ
แล้วอนาคตเราต้องกินกาแฟปลอมจริงเหรอ?
ไม่ต้องตกใจไป อีกทางที่เขาทำคู่กันคือ พัฒนาสายพันธุ์กาแฟใหม่ ให้ทนโรคและยังอร่อย
เพราะโจทย์คลาสสิกของวงการกาแฟคือ "กาแฟทนโรค มักไม่อร่อย ส่วนกาแฟอร่อย มักอ่อนแอ" นักวิจัยเลยพยายามสร้างกาแฟที่ทั้งทนและอร่อยให้ได้
สรุป: เราควรกังวลไหม?
ในฐานะคนรักกาแฟ ผมว่านี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ปี 2050 คืออีกแค่ 24 ปีข้างหน้า วันที่เราอาจต้องเลือกระหว่างกาแฟแท้ที่แพงขึ้นเรื่อยๆ กับ กาแฟทางเลือก ที่รสชาติใกล้เคียงแต่รักษ์โลกกว่า
คุณล่ะ? ถ้ามี กาแฟไม่มีเมล็ดกาแฟ วางขายตรงหน้า จะกล้าลองไหม?
FAQ
Q: กาแฟทางเลือกคืออะไร?
A: คือเครื่องดื่มที่ทำรสและกลิ่นให้เหมือนกาแฟ แต่ไม่ใช้เมล็ดกาแฟ อาจใช้ถั่วลูกไก่ ชิโครี หรือใยอาหารแทน
Q: ปัญหากาแฟปี 2050 จะทำให้กาแฟหมดโลกจริงไหม?
A: ไม่หมด แต่พื้นที่ปลูกอาราบิก้าอาจลดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้กาแฟแพงขึ้นและหายากขึ้น
💬 ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ ☕