
พอถึงเดือน 7 ตามปฏิทินจีน ลมฤดูใบไม้ร่วงเริ่มพัด กลิ่นธูปและควันกระดาษเงินกระดาษทองจะอบอวลไปทั่ว คนจีนเรียกเดือนนี้ว่า "เดือนผี" (鬼月) และวันที่สำคัญที่สุดคือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 - วันสารทจีน
หลายคนคิดว่าวันนี้มีแค่เรื่องผีๆ แต่จริงๆ แล้วนี่คือวันที่ 3 ศาสนาใหญ่ของจีนมาบรรจบกันอย่างลงตัวที่สุด
1. รากจากผืนดิน : พิธีขอบคุณบรรพชนของขงจื๊อ
ย้อนไป 3,000 ปี สมัยราชวงศ์โจว (周朝) ยังไม่มีเรื่องผีสาง
เป็นฤดูเก็บเกี่ยว เกษตรกรได้ผลผลิตใหม่ ตามคัมภีร์ หลี่จี้ (礼记) กษัตริย์จะทำพิธี "ชิวฉาง (秋尝)" คือเอาข้าวใหม่ ผลไม้ใหม่ไปถวายบรรพชนก่อนในวัง
ไม่ใช่การขอหวย แต่คือการบอกว่า "ลูกหลานไม่ลืมรากเหง้า" นี่คือหัวใจของความกตัญญูแบบขงจื๊อ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของวันสารทจีนทั้งหมด
2. ประตูนรกเปิด : วันอภัยโทษของลัทธิเต๋า
พอมาถึงยุคเต๋า วันนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "เทศกาลจงหยวน (中元节)"
เต๋าเชื่อว่ามีเทพ 3 องค์ "ซานกวนต้าตี้ (三官大帝)"
- เดือน 1 เทียนกวน ประทานพร
- เดือน 7 ตี้กวน อภัยโทษ
- เดือน 10 สุ่ยกวน คลี่คลายทุกข์
วันที่ 15 เดือน 7 คือวันเกิดของ ตี้กวนต้าตี้ (地官大帝) เทพผู้คุมโลกบาดาล วันนี้ "ประตูนรกจะเปิด (鬼门开)" ท่านจะลงมาตรวจโลกและให้อภัยดวงวิญญาณที่ตกทุกข์
สมัยราชวงศ์ถังที่ฮิตลัทธิเต๋ามากๆ จักรพรรดิถังเสวียนจงถึงกับจัดพิธีจงหยวนระดับชาติ ให้ตั้งโต๊ะเลี้ยงผีไร้ญาติทั้งแผ่นดิน
3. ตำนานที่ทำให้ร้องไห้ : มู่เหลียนช่วยแม่ของพุทธ
เรื่องที่ทำให้วันสารทจีนเข้าไปอยู่ในใจคนจนถึงทุกวันนี้ มาจากพุทธมหายาน
ตำนาน "มู่เหลียนกู้แม่ (目连救母)"
พระมู่เหลียน (พระโมคคัลลานะ) ผู้มีตาทิพย์ มองหาว่าแม่ตายไปอยู่ไหน ก็พบว่าแม่ตกเป็นเปรต ผอมโซ คอเล็กเท่าเข็ม ท้องโตเท่าภูเขา เอาข้าวให้กิน ข้าวก็กลายเป็นไฟเผาปาก
พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า ลำพังลูกคนเดียวช่วยไม่ได้ ต้องรวมพลังสงฆ์ ให้เอาอาหารใส่ถาด (ผาน) ไปถวายพระสงฆ์ที่ออกพรรษาพอดี คือวัน 15 ค่ำ เดือน 7 นี่แหละ แม่จึงหลุดพ้น
ที่มาชื่อ "เทศกาลอวี๋หลานผาน (盂兰盆节)"
อวี๋หลาน แปลว่า ห้อยหัวกลับ - ทุกข์ทรมานแสนสาหัส
ผาน แปลว่า ถาด - เอาอาหารในถาดไปช่วยคลายทุกข์นั้น
เรื่องนี้โด่งดังมากในสมัยจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ ผู้คลั่งพุทธถึงขั้นบวช 4 รอบ ท่านจัดพิธีอวี๋หลานผานอย่างยิ่งใหญ่จนชาวบ้านทำตามกันทั้งเมือง

บทสรุป : ทำไมต้องเป็น 3 ศาสนาใน 1 วัน?
นี่คือเสน่ห์ของคนจีนที่เรียกว่า "ซานเจี้ยวเหออี (三教合一)"
- ขงจื๊อ สอนให้กตัญญู ต่อบรรพชน
- เต๋า สอนให้เมตตา ขออภัยโทษให้วิญญาณ
- พุทธ สอนให้ช่วยปลดทุกข์ ให้ผู้ยากไร้
รวมกันเป็นภาพที่เราเห็นทุกวันนี้ - ตั้งโต๊ะไหว้บรรพชนในบ้าน และตั้งโต๊ะอีกชุดนอกบ้านเลี้ยง "ห่าวซฺยงตี้ (好兄弟)" พี่น้องที่ดี คำสุภาพที่ใช้เรียกวิญญาณเร่ร่อนไร้ญาติ
สุดท้าย วันสารทจีนจึงไม่ใช่แค่วันไหว้ผี
แต่คือ ภาษาแห่งความรัก ที่คนเป็นส่งถึงคนตาย บอกว่าเรายังไม่ลืมกัน
เป็นวันที่โลกของคนเป็นและคนตายได้โอบกอดกันอีกครั้ง ผ่านควันธูปที่ลอยข้ามกาลเวลามานับพันปี


