เปิดร้าน & ธุรกิจ

7 ข้อผิดพลาดคนเปิดร้านกาแฟมือใหม่ ที่ทำให้เจ๊งใน 3 เดือน (ทั้งๆ ที่กาแฟอร่อย)

10 ก.ย. 2569 · 05:27 น. 3 อ่าน 0 ตอบ
ทีมงาน cafeyim
เจ้าของกระทู้ · 12 ชั่วโมงที่แล้ว
#0

สารภาพมาซะดีๆ... คุณกำลังจะทำข้อไหนอยู่?

หลายคนคิดว่าเปิดร้านกาแฟ = ชงกาแฟเป็น + มีมุมถ่ายรูปสวย = รวย

ความจริงคือ เปิดร้านกาแฟ 3 เดือนแรก คือช่วง "ฮันนีมูน" พอเดือนที่ 4 คือช่วง "หย่าร้าง" เพราะเงินหมด

มาดู 7 ท่าไม้ตายสู่ความเจ๊ง ที่รุ่นพี่เจ๊งมาก่อนแล้วฝากมาบอก


1. โรค "เครื่องชงต้องเทพไว้ก่อน" (หมดตัวตั้งแต่วันแรก)

ยังไม่ทันมีลูกค้าคนแรก แต่จัดเครื่องชง 2 แสน เครื่องบด 5 หมื่น บานพับประตูนำเข้าจากอิตาลี

อาการ: คิดว่าลูกค้าจะมาดูเครื่องชง แล้วบอก "โห ร้านนี้ต้องอร่อยแน่เลย เพราะเครื่องแพง"

ความจริง: ลูกค้าดูแค่เมนูกับราคา เครื่องชง 2 แสนกับ 5 หมื่น ลูกค้าแยกไม่ออกหรอก เอาตรงๆ

ทางรอด: เอาเงินไปซื้อเมล็ดกาแฟดีๆ เถอะ เครื่องกลางๆ แต่เมล็ดเทพ กำไรเหลือๆ


2. เมนูเยอะเหมือนร้านตามสั่ง "เอาน้ำบ๊วยปั่นเพิ่มไข่มุกได้ไหมพี่?"

หน้าเมนูมีตั้งแต่ เอสเปรสโซ่ ยัน น้ำบ๊วยปั่น มะม่วงปั่น เพิ่มไข่มุก เพิ่มเฉาก๊วย มี 60 เมนู

อาการ: กลัวลูกค้าไม่มีอะไรกิน เลยใส่มาให้หมด เผื่อฟลุ๊ค

ความจริง: คุณจะสต๊อกของจนตู้เย็นระเบิด และชงไม่ทันตอนลูกค้ามาพร้อมกัน 3 คน

ทางรอด: เก่ง 10 เมนู ให้อร่อยสัสๆ ดีกว่ามี 60 เมนูแล้วอร่อยแบบ "ก็พอได้อยู่"


3. คิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน "ลาเต้อาร์ตรูปละ 20 นาที"

ลูกค้าสั่งลาเต้เย็น แต่คุณขอทำลาเต้ร้อนลาเต้อาร์ตลายหงส์ เพราะอยากฝึกฝีมือ ลูกค้ารอไป 15 นาที

อาการ: อินกับศิลปะมากเกินไป

ความจริง: ลูกค้าหิวน้ำ ไม่ได้อยากได้ภาพวาดไปประกวด แก้วแรกช้า = ลูกค้าหายทั้งซอย

ทางรอด: เร็ว + อร่อยสม่ำเสมอ = รอด / สวย + ช้า = เจ๊ง


4. ตั้งราคาตามความรู้สึก "แก้วนี้เราทำด้วยใจ 90 บาทละกัน"

เห็นร้านข้างๆ ขาย 45 บาท เราขาย 90 บาท เพราะเราใช้ใจชง ใช้นมนำเข้าจากเทือกเขาแอลป์

อาการ: ไม่เคยคำนวณต้นทุนจริง ว่านมเท่าไหร่ แก้วเท่าไหร่ ค่าเช่าเท่าไหร่

ความจริง: สิ้นเดือนมา อ้าว... ขายดีแต่ไม่มีเงินเหลือ เพราะกำไรแก้วละ 3 บาท

ทางรอด: หยิบเครื่องคิดเลขมาคำนวณต้นทุนจริงๆ ก่อนตั้งราคา อย่าใช้ความรู้สึก


5. เปิดร้านตามใจตัวเอง "วันนี้เหนื่อย ขอปิดร้านไปทะเล 3 วัน"

วันนี้ฝนตก ลูกค้าน้อย ปิดดีกว่า วันนี้อยากไปคาเฟ่ฮอปปิ้ง ปิดร้านไปดูงานก่อน

อาการ: คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของร้าน จะเปิดเมื่อไหร่ก็ได้

ความจริง: ลูกค้าขับรถมา 5 โล มาเจอป้ายปิด เขาจะไม่มาอีกเลยตลอดชีวิต และจะบอกเพื่อนด้วยว่า "ร้านนั้นปิดบ่อย"

ทางรอด: 3 เดือนแรกต้องบ้าเปิด เปิดให้คนจำได้ก่อนว่าร้านนี้มีอยู่จริง


6. จ้างเพื่อน จ้างแฟน มานั่งเฝ้าร้าน (แล้วก็ทะเลาะกัน)

กลัวพนักงานโกง เลยจ้างแฟน จ้างเพื่อนสนิทมาเป็นบาริสต้า สุดท้ายสอนไม่ได้ ด่าไม่ได้ บอกให้ชงเข้มๆ ก็บอก "เค็มไปป่าว"

อาการ: เกรงใจจนร้านพัง

ความจริง: ร้านกาแฟต้องมีระบบ ไม่ใช่ระบบครอบครัว

ทางรอด: จ้างคนนอกที่อยากทำงานจริงๆ แล้วทำคู่มือชงให้ชัด ชั่ง ตวง วัด ห้ามกะเอา


7. ข้อสุดท้ายและเจ๊งสุด "ไม่นับสต๊อก ไม่ดูเงิน"

ขายดีมาก แต่ไม่รู้ว่าขายดีจริงหรือแค่ยุ่ง ตอนเย็นนับเงินในลิ้นชักแล้วดีใจ แต่ไม่เคยหักค่าเช่า ค่านม ค่าน้ำแข็ง

อาการ: คิดว่าเงินในลิ้นชักคือกำไร

ความจริง: เงินในลิ้นชักคือเงินหมุน แล้วอีก 10 วันเจ้าของตึกจะมาเก็บค่าเช่า

ทางรอด: โหลดแอพฟรีๆ มาบันทึกเลย วันนี้ขายกี่แก้ว ใช้นมกี่ลิตร เหลือเงินจริงเท่าไหร่


สรุปแบบไม่โลกสวย

เปิดร้านกาแฟไม่ยาก... แต่เปิดให้รอดเกิน 3 เดือนยากกว่า

ถ้าคุณยังไม่ได้ทำ 7 ข้อนี้ คุณมีโอกาสรอดแล้ว 50%

อีก 50% คือ... ทำเล รสชาติ และดวงล้วนๆ

จำไว้ ร้านกาแฟที่เจ๊งส่วนใหญ่ไม่ได้เจ๊งเพราะกาแฟไม่อร่อย

แต่เจ๊งเพราะ "คิดเยอะ ทำเยอะ แต่ไม่เคยคิดเรื่องเงิน"

เป็นกำลังใจให้ว่าที่เถ้าแก่ทุกคนนะ! ใครเคยเจ๊งมาแล้วด้วยข้อไหน คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย จะได้รู้ว่าไม่ได้เจ๊งอยู่คนเดียว ????


💬 0 ความเห็น

อยากร่วมตอบกระทู้นี้ไหม? เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครฟรี